| กลับหน้าแรก | ||
|---|---|---|
![]() |
บทพากย์นี้แต่งเป็นกาพย์ฉบัง ๑๖ บรรยายลักษณะของช้างเอราวัณไว้อย่างพิสดารช้างนี้เป็นช้างทรงของพระอินทร์ ข้างเอราวัณในตอนนี้เป็นช้างเอราวัณที่พวกฝ่ายอินทรชิต คือการุณราชแปลงมาเป็นช้างเอราวัณลอยมาบนท้องฟ้า และเหล่ายักษ์แปลงตัวเป็นเทวดาทำให้ฝ่ายทัพพระรามยกเว้นหนุมานเผลอตัวชมความงามด้วยเข้าใจว่าเป็นเหล่าเทวดาจริงๆ อินทรชิต เป็นโอรสองค์โตของนางมณโฑกับทศกัณฐ์ เดิมชื่อรณพักตร์ เป็นพี่นางสีดาและไพนาสุริ-ยวงศ์ มีชายาชื่อนางสุวรรณกันยุมา มีโอรส ๒ องค์คือ ยามลิวันและกันยุเวก เมื่ออายุ ๑๔ ปี ไปเรียนวิชากับฤๅษีโคบุตร รู้พระเวทชื่อ “มหากาลอัคคี” คือ ถ้าบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสามได้แก่ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหมครบ ๗ ปี จะมีฤทธิ์ยิ่ง เมื่อครบ ๗ ปีพระอิศวรประทานศรพรหมาสตร์ และพระเวทให้แปลงเป็นพระอินทร์ได้ พระพรหมประทานศรนาคบาศและให้พรว่าตายก็ให้ตายกลางอากาศ หากศีรษะตกพื้นโลกจะลุกไหม้ด้วยไฟกัลป์ ต้องนำพานแก้วของพระพรหมมารับ พระนารายประทานศรวิษณุปาณัม ทศกัณฐ์ใข้ให้ไปปราบพระอินทร์ พระอินทร์แพ้ทิ้งจักรแก้วไว้ จึงนำมาถวายทศกัณฐ์ ทศกัณฐ์จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “อินทรชิต” ในการทำศึกลงกา เมื่อกุมภกรรณตายแล้ว อินทรชิตเป็นแม่ทัพออกทำสงครามหลายครั้ง ครั้งแรกรบกับพระลักษมณ์ไม่แพ้ไม่ชนะกัน ครั้งที่สองทำพิธีชุบศรนาคนาศ ถูกชามพูวราชทำลายพิธีออกรบกับพระลักษมณ์และพลวานรสลบทั้งกองทัพ ครั้งที่สามทำพิธีชุบศรพรหมมาสตร์ แต่ไม่สำเร็จ ทศกัณฐ์ส่งคนไปแจ้งเรื่องกำปั่นถูกฆ่าตาย จึงทำลายพิธี อินทรชิตแปลงร่างเป็นพระอินทร์ไปในสนามรบ พระลักษมณ์มองเพลิน จึงแผลงศรพรหมาสตร์ล้มสลบ หนุมากขึ้นหักคอช้างเอราวัณก็ถูกตีด้วยคนศรสลบไป ครั้งที่สี่ทำพิธีกุมภนิยาเพื่อชุบตัวเป็นกายสิทธิ์ ก่อนหลบไปทำพิธีทศกัณฐ์ให้สุขาจารแปลงเป็นสีดา อินทรชิตพาไปตัดหัวให้พระลักษมณ์ดูกลางสนามรบ เพื่อลวงว่าสีดาตายแล้ว ให้พระรามยกทัพกลับ จากนั้นหลบไปทำพิธีกุมภนิยา พระลักษมณ์ตามไปทำลายพิธี และทำลายศรวิษณุปาณัม ศรนาคบาศ และศรพรหมาสตร์ อินทรชิตหนีเข้าเมือง ครั้งที่ห้ารบกันพระลักษมณ์ อินทรชิตรู้ตัวว่าไม่รอดตายแน่ ขอให้ทศกัณฐ์คืนนางสีดา ทศกัณฐ์ไม่ยอมประทานศรสุรกานต์ ให้ออกไปรบอินทรชิตลาลูกเมีย แล้วออกรบ ถูกพระลักษมณ์ฆ่าด้วยศรพรหมาสตร์ องคตพี่ชายร่วมมารดาเดียวกันไปขอพานแว่นฟ้า จากพระพรหมมารองรับไม่ให้ศีรษะตกพื้น เพราะจะทำให้เกิดไฟไหม้โลก อินทรชิตแปลงองค์ให้เหมือนพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ช้างแปลงนี้ดูแข็งแรงและมีฤทธิ์ยิ่ง ผิวของช้างเอราวัณเป็นสีขาวเผือกผ่องสะอาด ราวสีของสังข์และตัวใหญ่โต มีสามสิบสามเศียร แต่ละเศียรมี ๗ งาดุจเพชรสวยงามมาก ในแต่ละงามีสระบัว ๗ สระ แต่ละสระมีกอบัว ๗ กอ กอบัวแต่ละกอมีดอกบัว ๗ ดอก ในแต่ละดอกที่เบ่งบานนี้มีกลีบ ๗ กลีบ กลีบแต่ละกลีบจะมีเทพธิดา ๗ องค์ แต่ละองค์ล้วนรูปโฉมงดงามมาก เทพธิดาแต่ละองค์จะมีบริวารองค์ละ ๗ คน ทั้งหมดนี้ล้วนนิมิตทั้งสิ้น นางเหล่านี้ฟ้อนระบำร่างรำชม้อยชม้ายตาดั่งนางฟ้านางสวรรค์ เศียรช้างแต่ละเศียรจะมีวิมานอยู่ วิมานนี้ดุจดั่งประสาทเวชยันต์ของพระอินทร์เครื่องประดับซองหางล้วนเป็นแก้วนพรัตน์พลอยสีแดงเข้ม กระวิน ( ห่วงที่เกี่ยวสำหรับโยงสัปคับช้างเป็นสร้อยถักด้วยทอง ) เครื่องแต่งหัวช้างเป็นตาข่ายเพชรรัตน์ส่วนที่เป็นตระพองคลุมด้วยผ้าทิพ ที่หูช้างห้อยพู่ทุกหู โลทันสารถีแปลงเป็นควาญช้างขับท้ายช้างทรง บรรดาจตุรงคเสนา ( ทหาร ๔ เหล่า ) ล้วนแปลงกายเป็นเทวดา ทัพหน้าเป็นอารักษ์เทวาผู้รักษาป่า ทัพหลังครุฑ กินนร นาค ปีกซ้ายเป็น ฤๅษี วิทยาธร ปีกขวาคนธรรพ์ จัดทัพตามตำราพิชัยสงครามแต่ละผู้ล้วนถืออาวุธทั้งหอก ศร พระขรรค์ คทากันถ้วนทั่ว |
|
| Bestview on Internet Explorer 6.0 or higher at 1024*768 screen, Flash Player and Active X run. โดยคุณครูสุจิตรา สว่างโรจน์ โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จังหวัดขอนแก่น | ||