|HOME| Go to Thaieclass.com | โดยคุณครูสุจิตรา สว่างโรจน์ โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน
 
 

คำสมาส คือ คำที่สร้างขึ้นใหม่โดยดัดแปลงจากหลักไวยากรณ์บาลีและสันสกฤต เพื่อให้มีคำใช้มากขึ้นเช่นเดียวกับคำประสม

ลักษณะของคำสมาส

  1. เกิดจากคำมูลตั้งแต่สองคำขึ้นไป
  2. ต้องเป็นคำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต
  3. พยางค์สุดท้ายของคำหน้าประวิสรรชนีย์หรือเป็นตัวการันต์ไม่ได้ เช่น ธุระ + กิจ = ธุรกิจ

พละ + ศึกษา = พลศึกษา , ยุทธ์ + วิธี = ยุทธวิธี , แพทย์ + ศาสตร์ = แพทยศาสตร์

4. ในการแปลความหมายจะแปลจากคำหลังไปยังคำหน้า เช่น

ราชการ = ราช + การ แปลว่า งานของพระเจ้าแผ่นดิน

พุทธศาสนา = พุทธ + ศาสนา แปลว่า ศาสนาของพระพุทธเจ้า

5. ส่วนมากออกเสียงพยางค์ท้ายของคำหน้า ถึงแม้ไม่มีรูปสระกำกับจะต้องออกเสียงสระอะ เช่น

ชลประทาน อ่าน ชน - ละ - ประ - ทาน

เทพบุตร อ่าน เทบ - พะ - บุด

คำสมาสบางคำไม่ออกเสียงสระตรงพยางค์ท้ายของคำหน้า เช่น

รสนิยม อ่าน รด - นิ - ยม

สมัยนิยม อ่าน สะ - ไหม - นิ - ยม

เกตุมาลา อ่าน เกด - มา - ลา

6. คำบาลีสันสกฤตที่มีคำ พระ ซึ่งกลายเสียงมาจากคำบาลีสันสกฤต วร ประกอบข้างหน้า ถึงแม้คำ พระ จะประวิสรรชนีย์ก็เป็นคำสมาสด้วย เช่น

พระกรรณ พระขรรค์ พระคทา พระจันทร์ พระฉวี

คำประสมและวลีซึ่งมีลักษณะคล้ายคำสมาส เช่น เรียงคำขยายไว้ข้างหน้า ออกเสียง พยางค์ท้ายของคำขยาย มีคำ พระ ประกอบข้างหน้าหรือไม่ก็ประกอบคำขึ้นจากคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตทั้งหมด แต่อย่างไรก็ดี คำหรือกลุ่มคำเหล่านี้ไม่จัดเป็นคำสมาส เพราะขาดคุณสมบัติสำคัญบางประการของคำสมาส คือคำที่ไม่ใช้คำสมาส

ไม่ใช่คำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตทั้งหมด

เทพเจ้า เจ้า เป็นคำ ไทย ผลไม้ ไม้ เป็นคำ ไทย

คำตั้งอยู่หน้าคำขยายถึงแม้มาจากภาษาบาลีสันสกฤต

การแพทย์ การยุทธ์ คดีโลก คดีธรรม ผลบุญ ผลผลิต

นายสภา นายกสมาคม สมัยปัจจุบัน สมัยโบราณ

คำสนธิ คือ คำที่สร้างขึ้นใหม่โดยดัดแปลงจากหลักไวยากรณ์บาลีสันสกฤต เพื่อให้มีคำใช้มากขึ้นเช่นเดียวกับคำสมาสลักษณะคำสนธิ
  • เกิดจากคำมูลตั้งแต่ 2 คำขึ้นไป
  • ต้องเป็นคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤต
  • มีการเชื่อมคำโดยเปลี่ยนแปลงสระ พยัญชนะหรือนฤคหิตของคำเดิม
  • ส่วนมากเรียงคำที่มีความหมายหลักหรือคำตั้งไว้หลังคำขยายไว้หน้าในการแปลความหมายแปลจากหลังไปยังคำหน้า
  •   การสนธิในภาษาไทย มี 3 วิธี   คือ
    1. สระสนธิ คือ   การเชื่อมเสียงของเสียงสระหลังของคำหน้ากับสระหน้าของคำหลังให้กลมกลืนกัน เช่น   วิทย+อาลัย 
    เป็น วิทยาลัย มหา + โอฬาร เป็น มโหฬาร ธนู + อาคม เป็น ธันวาคม นร +   อินทร เป็น นเรนทร์ ราช + อุปถัมภ์ 
    เป็น ราชูปถัมภ์ สุข + อุทัย เป็น   สุโขทัย
    
    2. พยัญชนะสนธิ คือ   การเชื่อมเสียงพยัญชนะสุดท้ายของคำหน้ากับพยัญชนะหรือสระหน้าของคำหลัง เช่น ราช +   โอวาท
     เป็น ราโชวาท ผล + อานิสงส์ เป็น ผลานิสงส์ นร + อันดร เป็น นิรันดร ศิลป +   อากร เป็น ศิลปากร
    
    3. นฤคหิตสนธิ คือ   การเชื่อมเสียงสุดท้ายของคำหน้าที่เป็นนฤคหิตกับเสียงหน้าของคำหลังที่เป็นสระหรือพยัญชนะให้กลมกลืน
    กัน   เช่น ส + อาทาน เป็น สมาทาน ส + อาคม เป็น สังคม ส + จร เป็น สัญจร
     
       
       
     
     
     

    Bestview on IE7 at 1024*768 screen and Flashplayer , Active X run. thaieclass@hotmail.com