|HOME| Go to Thaieclass.com | โดยคุณครูสุจิตรา สว่างโรจน์ โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน
 

คำซ้ำ คือ คำที่เกิดจากคำมูลซ้ำกัน มีความหมายใหม่ อาจเน้นหนักหรือเบาลงไปหรือเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น คำซ้ำ

จะถือว่าเป็นคำประสมชนิดหนึ่งก็ได้

ลักษณะของคำซ้ำ มีลักษณะสำคัญดังนี้

    1. อาจเป็นชนิดใดและทำหน้าที่ใดก็ได้ เช่น นาม สรรพนาม กริยา วิเศษณ์
    2. นำคำหนึ่ง ๆ มาซ้ำกันสองครั้ง เช่น เด็ก ๆ เล็ก ๆ เล่น ๆ
    3. นำคำซ้อนมาแยกซ้ำกัน เช่น ลูบคลำ เป็น ลูบ ๆ คลำ ๆ เปรอะเปื้อน เป็น เปรอะ ๆ เปื้อน ๆ

นุ่มนิ่ม เป็น นุ่ม ๆ นิ่ม ๆ อดอยาก เป็น อด ๆ อยาก ๆ

4. นำคำซ้ำมาประสมกัน เช่น งู ๆ ปลา ๆ ไป ๆ มา ๆ ชั่ว ๆ ดี ๆ ลม ๆ แล้ง ๆ

ความหมายของคำซ้ำ คำซ้ำเปลี่ยนไปจากคำเดิมได้ต่าง ๆ เช่น

1. บอกพหูพจน์ คำเดิมอาจเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ กลายเป็นพหูพจน์อย่างเดียว เช่น

เขาเล่นกับเพื่อน (เอกพจน์หรือพหูพจน์) เขาเล่นกับเพื่อน ๆ (พหูพจน์)

พี่อยู่ในห้อง (เอกพจน์หรือพหูพจน์) พี่ ๆ อยู่ในห้อง (พหูพจน์)

2. บอกความเน้นหนัก วิเศษณ์บางคำเมื่อเป็นคำซ้ำมีความหมายเน้นหนักกว่าเดิม โดยมากเปลี่ยนเสียง

คำแรกเป็นเสียงดนตรี

สวย ๆ เป็น ซ้วยสวย ดี ๆ เป็น ดี๊ดี

ใหญ่ ๆ เป็น ไย้ใหญ่ แดง ๆ เป็น แด๊งแดง

3. บอกความไม่เน้นหนัก วิเศษณ์บางคำเมื่อเป็นคำซ้ำความหมายคลายความเน้นหนักกว่าเดิม คำซ้ำ

ประเภทนี้ไม่เปลี่ยนเสียงวรรณยุกต์ของคำแรก เช่น

สวย (สวยจริง) สวย ๆ (ไม่สวยทีเดียว)

ดี (ดีจริง) ดี ๆ (ไม่ดีทีเดียว)

ใหญ่ (ใหญ่จริง) ใหญ่ ๆ (ไม่ใหญ่ที่เดียว)

4. บอกคำสั่ง วิเศษณ์ที่เป็นคำซ้ำเมื่อประกอบกริยา จะเน้นความและบอกคำสั่ง เช่น

อยู่เงียบ (วลี) อยู่เงียบ ๆ (ประโยคคำสั่ง)

พูดดัง (วลี) พูดดัง ๆ (ประโยคคำสั่ง)

ออกห่าง (วลี) ออกห่าง ๆ (ประโยคคำสั่ง)

5. เปลี่ยนความหมายใหม่ คำซ้ำบางคำเปลี่ยนความหมายใหม่โดยไม่มีเค้าของความหมายเดิม เช่น

กล้วย ๆ (ง่าย) น้อง ๆ (เกือบ,ใกล้,คล้าย)

หมู ๆ (ง่าย) ไล่ ๆ (ใกล้เคียง)

 

คำซ้อน คือ การนำคำที่มีความหมายเหมือนกัน หรือคล้ายกัน หรือประเภทเดียวกันมาเรียงซ้อนกัน เมื่อ ซ้อนคำแล้วทำให้เกิดความหมายใหม่ขึ้น แต่ยังเค้าความหมายเดิมอยู่ หรือความหมายอาจไม่เปลี่ยนไป แต่ความหมายของคำหน้าจะชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น บ้านเรือน ทรัพย์สิน คับแคบ เป็นต้น

คำซ้อน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

(1.) คำซ้อนเพื่อความหมาย มีลักษณะเป็นการนำคำที่มีความหมายสมบูรณ์มาซ้อนกัน และคำที่นำมาซ้อนกันมีความหมายคล้ายกันหรือใกล้เคียงกัน หรือเป็นไปในทำนองเดียวกัน

คำที่ซ้อนกันจะมีลักษณะ ดังนี้

    1. คำไทยซ้อนคำไทย เนื่องจากคำไทยเป็นภาษาคำโดด เพื่อให้ได้ความหมายแน่นอนจึงนำคำไทยที่มีความหมายใกล้เคียงกันมาซ้อนกัน เช่น ใหญ่โต เรือแพ เติบโต เสื่อสาด มากมาย อ้วนพี ยืนยัน เป็นต้น
    2. คำไทยซ้อนคำต่างประเทศ เป็นการนำคำไทยซ้อนกับภาษาบาลี,สันสกฤต,เขมรหรือภาษาอื่น เช่น

คำไทยซ้อนคำบาลีและสันสกฤต เช่น ซากศพ รูปร่าง ทรัพย์สิน ข้าทาส จิตใจ ซื่อสัตย์ นัยน์ตา สูญหาย สาปแช่ง แก่นสาร

คำไทยซ้อนคำเขมร เช่น เขียวขจี เงียบสงัด แบบฉบับ ถนนหนทาง ทรวงอก แสวงหา ยกเลิก

คำไทยซ้อนคำจีน เช่น กักตุน ต้มตุ๋น นั่งจ๋อ หุ้นส่วน ชื่อแซ่ ห้างร้าน

คำไทยซ้อนภาษาอังกฤษ เช่น แบบแปลน แบบฟอร์ม

3. คำต่างประเทศซ้อนคำต่างประเทศ เช่น

คำบาลีกับคำสันสกฤต เช่น อิทธิฤทธิ์ มิตรสหาย เหตุการณ์ ทรัพย์สมบัติ

คำเขมรกับคำบาลีหรือสันสกฤต เช่น สรงสนาน สุขสงบ เสบียงอาหาร

คำเขมรกับคำเขมร เช่น สนุกสนาน สงบเสงี่ยม เลอเลิศ เฉลิมฉลอง

  1. คำซ้อนเพื่อเสียง เป็นการนำคำที่มีความหมายคล้ายคลึงกันมาซ้อนกัน เพื่อให้ออกเสียงง่ายขึ้น และ

มีเสียงคล้องจองกัน ทำให้เกิดความไพเราะขึ้น คำซ้อนเพื่อเสียงนี้บางทีเรียกว่าคำคู่ หรือคำควบคู่

วิธีซ้อนคำเพื่อเสียง

1. นำคำที่มีพยัญชนะตัวเดียวกัน แตกต่างกันที่เสียงสระ นำมาซ้อนหรือควบคู่กัน เช่น

เรอร่า เซ่อซ่า อ้อแอ้ จู้จี้ เงอะงะ เหนอะหนะ จอแจ ร่อแร่ เตาะแตะ ชิงชัง

จริงจัง ตูมตาม ตึงตัง อึกอัก ทึกทัก โฉ่งฉ่าง หมองหมาง อุ๊ยอ้าย โอ้กอ้าก

2. นำคำแรกที่มีความหมายมาซ้อนกับคำหลัง ซึ่งไม่มีความหมายเพื่อให้คล้องจองและออกเสียงได้สะดวก โดย

เสริมคำข้างหน้าหรือข้างหลังก็ได้ ทำให้เน้นความเน้นเสียงได้หนักแน่ โดยมากใช้ในภาษาพูด เช่น

กวาดแกวด กินแกน พูดเพิด ดีเดอ เดินแดน มอมแมม

ดีเด่ ไปเปย มองเมิง หูเหือง ชามแชม กระดูกกระเดี้ยว

พยายงพยายาม กงการ

3. นำคำที่มีพยัญชนะต้นต่างกันแต่เสียงสระเดียวกันมาซ้อนกันหรือควบคู่กัน เช่น

เบ้อเร่อ แร้นแค้น จิ้มลิ้ม ออมซอม อ้างว้าง ราบคาบ

4. นำคำที่มีพยัญชนะต้นเหมือนกัน สระเสียงเดียวกัน แต่ตัวสะกดต่างกันมาซ้อนกัน หรือควบคู่กัน เช่น

ลักลั่น อัดอั้น หย็อกหย็อย

5. คำซ้อนบางคำ ใช้คำที่มีความหมายใกล้เคียงกันมาซ้อนกันและเพิ่มพยางค์ เพื่อให้ออกเสียงสมดุลกัน เช่น

ขโมยโจร เป็น ขโมยขโจร สะกิดเกา เป็น สะกิดสะเกา

6. คำซ้อนบางคำอาจจะเป็นคำซ้อนที่เป็นคำคู่ ซึ่งมี 4 คำ และมีสัมผัสคู่กลาง หรือคำที่ 1 และคำที่ 3 ซ้ำกัน

คำซ้อนในลักษณะนี้เป็นสำนวนไทยความหมายของคำจะปรากฏที่คำหน้าหรือคำท้าย หรือปรากฏที่คำข้างหน้า 2 คำ ส่วนคำท้าย 2 ตัว ไม่ปรากฏความหมาย เช่น

เกะกะระราน กระโดดโลดเต้น บ้านช่องห้องหอ

เรือแพนาวา ข้าเก่าเต่าเลี้ยง กตัญญูรู้คุณ

ผลหมากรากไม้ โกหกพกลม ติดอกติดใจ

เข้าไต้เข้าไฟ ถึงพริกถึงขิง ร้อนอกร้อนใจ

 

 
   
   
 
 
 

Bestview on IE7 at 1024*768 screen and Flashplayer , Active X run. thaieclass@hotmail.com